Categories
บทความ

ธาตุอาหารเสริมของพืชสำคัญต่อการเจริญเติบโต

เมื่อสมัยเป็นนักเรียน เรียกวิชา กพอ. (การงานพื้นฐานอาชีพ) ได้เรียนรู้ว่าแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชหลักๆ มี 3 ชนิดคือ ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K)

แต่จริงๆ แล้วพืชไม่ได้ต้องการแค่ธาตุอาหาร 3 ตัวนี้ เพราะมีธาตุอาหารอีกมากมายที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช โดยบทความนี้จะมาพูดถึงธาตุอาหารเสริม ที่จำเป็นสำหรับพืชว่ามีอะไรกันบ้าง

ธาตุอาหารเสริมที่จำเป็นต่อพืช แบ่งออกเป็น 8 ธาตุดังต่อไปนี้

1.โบรอน (B)

ช่วยในการสร้างสารอาหารและควบคุมสารอาหารที่จำเป็นต่อการพัฒนาการเจริญเติบโตของเมล็ดพันธุ์ ช่วยในการออกดอก ผสมเกสร ช่วยในการติดผลและย้ายน้ำตาลมาสู่ผล

2.ทองแดง (Cu)

ช่วยในการเจริญเติบโตของระบบสืบพันธุ์พืช ช่วยในการเผาผลาญอาหารของรากพืชและเป็นประโยชน์ต่อการใช้โปรตีนของพืช การสังเคราะห์คลอโรฟิลล์และกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์

3.คลอรีน (CI)

พบในดิน ช่วนกระตุ้นการย่อยอาหารสำหรับพืช มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับฮอร์โมนพืช

4.เหล็ก (Fe)

จำเป็นต่อการสร้างคลอโรฟิลล์ การสังเคราะห์คลอโรฟิลล์และสังเคราะห์แสง

5.แมงกานีส (Mn)

ช่วยในการทำงานของเอนไซม์ มีส่วนประกอบของคาร์บอนไดออกไซด์และการย่อยไนโตรเจน

6.โมลิบดีนัม (Mo)

ช่วยในการดึงไนโตรเจนออกมาใช้งานและช่วยในการสังเคราะห์โปรตีน พบธาตุชนิดนี้ในดิน

7.สังกะสี (Zn)

ช่วยสังเคราะห์ฮอร์โมนออกซิน คลอโรฟิลล์และแป้ง ควบคุมการย่อยน้ำตาลของพืช เป็นส่วนหนึ่งในการทำงานขอเอนไซม์ที่มีส่วนในการควบคุมการเจริญเติบโตของพืช และจำเป็นต่อการเปลี่ยนสภาพของคาร์โบไฮเดรต

8.นิกเกิล (Ni)

เป็นธาตุอาหารทำสำคัญต่อเอนไซม์ ทำหน้าที่ปลดปล่อยไนโตรเจนให้อยู่ในรูปที่จะนำไปใช้ได้ และยังช่วยในกระบวนการงอกของเมล็ดอีกด้วย

Categories
บทความ

ฟอสฟอรัส (P) หนึ่งในแร่ธาตุที่สำคัญต่อพืช

ธาตุฟอสฟอรัสจะอยู่ในพืชในรูปของฟอสเฟตที่ท่อลำเลียงน้ำ เป็นธาตุที่มีปริมาณไม่มากเท่าไรในต้นพืช แต่พื้นดินส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีธาตุนี้อย่างเพียงพอด้วยเหมือนกัน สภาพของฟอสฟอรัสจะเปลี่ยนแปลงไปตามความเป็นกรด-ด่างของเนื้อดิน และบางครั้งธาตุนี้ก็ถูกยึดด้วยอนุภาคของดินเหนียวจนพืชไม่สามารถดึงขึ้นมาใช้ได้

ประโยชน์ของธาตุฟอสฟอรัส

– ช่วยเสริมการเจริญเติบโตของพืชในส่วนของรากทุกประเภทในระยะแรกของการงอก

– ช่วยเร่งให้พืชแก่เร็ว ส่งผลต่อการติดดอกออกผลและคุณภาพของเมล็ดภายในผล

– เป็นตัวช่วยในกระบวนการดูดธาตุโพแทสเซียมของราก

– เสริมให้ลำต้นแข็งแรงไม่โค่นล้มง่าย และทนทานต่อสภาวะแวดล้อม

– ช่วยป้องกันโรคพืชขั้นพื้นฐาน

– ช่วยลดผลกระทบจากการที่ต้นพืชมีการได้รับธาตุไนโตรเจนมากเกินความจำเป็น

อาการขาดธาตุฟอสฟอรัส พืชที่ขาดธาตุฟอสฟอรัสจะมีอัตราการหายใจลดลง พืชสะสมคาร์โบไฮเดรตมากขึ้น ใบพืชมีสีเขียวเข้ม มีการสะสมรงควัตถุแอนโทไซยานินที่ลำต้น และก้านใบ ทำให้ก้านใบมีสีชมพู อาการจะเริ่มที่ใบแก่ก่อน ใบมีขนาดเล็ก จำนวนใบน้อย ใบแห้งเป็นจุดๆ การเจริญเติบโตของพืชหยุดชะงัก ลำต้นแคระแกร็น รากเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือน้ำตาล

การขาดธาตุฟอสฟอรัสยังมีผลต่อการออกดอกช้า จำนวนดอก ผล และเมล็ดน้อยลง ผลผลิตต่ำจากใบพืชที่เสื่อม และร่วงหล่นเร็วกว่าปกติ แต่หากได้รับฟอสฟอรัสมากพืชจะแก่เร็ว

Categories
บทความ

เตือนเกษตรกรผู้ปลูกถั่วลิสง เสี่ยงเจอ 2 โรครุม

ในระยะที่มีฝนตก และฝนตกหนักบางพื้นที่ในช่วงนี้ อาจส่งผลกระทบต่อการปลูกถั่วลิสง กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกถั่วลิสงให้หมั่นสังเกตอาการของโรคใบจุดสีดำ (Cercosporidium personatum) และโรคใบจุดสีน้ำตาล (Cercosporidium arachidicola) ที่สามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของถั่วลิสง

สำหรับโรคใบจุดสีดำ จะพบแสดงอาการในระยะแรกบนใบที่อยู่ด้านล่าง โดยพบแผลจุดสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม รูปร่างค่อนข้างกลม ขนาดไม่แน่นอน ขอบแผลอาจมีวงสีเหลืองล้อมรอบ หากอาการรุนแรง แผลจะขยายขนาดมาชนกัน ใบจะเหลือง ขอบใบบิดเบี้ยว ใบไหม้เป็นสีน้ำตาลดำ และร่วงก่อนกำหนด โรคจะลุกลามขึ้นสู่ใบด้านบน หรืออาจพบอาการของโรคบนหูใบ ก้าน ลำต้น และขั้วฝัก

ในส่วนของโรคใบจุดสีน้ำตาล มักพบแสดงอาการของโรคในระยะเริ่มแรกมีแผลจุดสีน้ำตาลบนใบที่อยู่ด้านล่าง ขอบแผลอาจมีวงสีเหลืองล้อมรอบ หากอาการของโรครุนแรง อาจจะพบอาการของโรคบนหูใบ ก้าน ลำต้น และขั้วฝัก ทำให้ใบร่วงก่อนกำหนด และโรคจะลุกลามขึ้นสู่ใบด้านบน

ให้เกษตรกรหมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากในแปลงปลูกถั่วลิสงเริ่มพบแสดงอาการของทั้ง 2 โรค ให้พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชเบโนมิล 50% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 15 – 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารแมนโคเซบ 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 20 – 30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นทุก 7 – 10 วัน

นอกจากนี้ ภายหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตถั่วลิสง เกษตรกรควรทำลายซากต้นถั่วลิสงด้วยการไถกลบให้ลึก เพื่อตัดวงจรของเชื้อสาเหตุโรค กรณีในแปลงที่พบการระบาดของโรค เกษตรกรควรปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียน เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว และข้าวโพด เป็นต้น

อีกทั้งควรล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ทางการเกษตรต่างๆ ให้สะอาด และผึ่งแดดให้แห้งหลังการใช้งานทุกครั้งอยู่เสมอ เมื่อได้นำไปใช้กับต้นที่เป็นโรคในแปลงที่มีการระบาดก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ในครั้งต่อไป

Categories
บทความ

การขาดธาตุอาหารของพืช

บางทีบางครั้งเราพบว่า พืชที่เราปลูกมีอาการแปลกๆ ดูไม่เป็นปกติ เช่น ใบเหลือง แคระแกรน ไม่โต หรือโตช้า ใบหยิก ไม่ยอมออกดอก เราสังเกตเห็นอาการ แต่ไม่รู้สาเหตุ พอไม่รู้สาเหตุ ก็ไม่รู้จะบำรุงรักษาต้นไม้ของเราได้อย่างไร

วันนี้ เราเนื้อหาเกี่ยวกับการดูว่าการที่พืชขาดธาตุอาหาร แต่ละประเภทนั้น จะมีลักษณะอย่างไร

พอรู้แบบนี้แล้ว ก็ลองสังเกตกันดูนะครับ จะได้ช่วยเหลือเจ้าต้นไม้ที่น่ารักของเรา ให้รอดพ้นจากอาการเหล่านั้นได้นะครับ